ถ่านไฟเก่า

คุณคนสำคัญ

Happy Valentine's Day

My music

วันจันทร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2554

ซากุระเมืองไทย

ซากุระเมืองไทยหรือต้นพญาเสือโคร่ง ที่ ดอยผาตั้ง

 
 
 
 
 
 
ดอยผาตั้ง
 
 
 
 
 
 
 

มีคนกล่าวไว้ว่าดอยผาตั้ง "อ่านหนังสือพันเล่ม ไม่เท่าเดินทางเพียงวันเดียว"

    การ เดินทางทำให้เราพบเห็นสิ่งต่าง ๆ มากมาย ทั้งการดำรงชีวิต ความเป็นอยู่ อาหารการกิน สภาพบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ความสัมพันธ์ของผู้คน ภาษา วัฒนธรรม ประเพณี สภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ความหลายหลากเหล่านี้เหมือนสิ่งกระตุ้นความกระหายของนักเดินทางยิ่งนัก และจะเป็นบันทึกแห่งความทรงจำที่มีคุณค่ายิ่งขึ้นต่อ ๆ ไป

    หน้า หนาวนี้ถ้ายังไม่มีที่เที่ยวลองไปสัมผัสกับ ภาพอันสวยงามตระการตา อากาศที่ฉ่ำเย็น ชีวิตผู้คนแห่งบ้านผาตั้งกันดูน่ะค่ะ!!! แล้วคุณจะประทับใจไม่ลืมเลือน

    ดอยผา ตั้ง อยู่ในเขตอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เป็นหนึ่งในหลายสิ่งที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนอำเภอที่อยู่แสน ไกลนี้ สิ่งที่ดึงดูดใจ คือ เป็นที่ชมวิวตะวันขึ้นยามรุ่งอรุณ และทะเลหมอกที่อวดปุยขาววาววับจับใจ ท่ามกลางสายลมเย็นยะเยือก ถ้าต้องการไปลุ้นแสงตะวันต้องออกเดินขึ้นเขาตั้งแต่ประมาณตีสี่กว่า ๆ จึงจะทันยลตะวันดวงโตอวดสีแดงสดใสได้อย่างมิรู้เบื่อ ภาพตระการตาแห่งแสงทองส่องฟ้า ได้สูดอากาศที่ฉ่ำเย็น ได้เห็นปุยหมอกขาวบริสุทธิ์แห่งเบื้องล่าง จนอยากจะโดดลงไปแหวกว่าย แม้ว่าแค่ชั่วเวลาหนึ่งก็ตาม เชื่อว่าทุกคนมีความรู้สึกเดียวกันว่า นี่แหล่ะ "มนต์ขลังแห่งดอยผาตั้ง" อย่างแท้จริง

    ดอยผาตั้ง ตั้งอยู่ใกล้ทางหลวงหมายเลข 1093 กิโลเมตรที่ 89 เป็นจุดชมวิวไทย-ลาว มีความสูง 1,635 เมตร และเที่ยวชมทะเลหมอกได้ตลอดปี ในเดือนธันวาคมถึงมกราคม มีดอกซากุระบานและเดือนกุมภาพันธ์ มีดอกเสี้ยวบานสะพรั่งงดงาม เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวจีนฮ่อ ม้ง และเย้า โดยเฉพาะจีนฮ่อนั้น อดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของกองพล 93 ซึ่งอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ดอยผาตั้งนี้ ปัจจุบันประกอบอาชีพทางการเกษตร ปลูกพืชเมืองหนาว เช่น บ๊วย ท้อ สาลี่ แอปเปิ้ล และชา

http://variety.teenee.com/foodforbrain/img3/100952.jpg

การจองที่พักและบริการดอยผาตั้ง

1.สภาพ เส้นทางบางช่วงสูงชัน บนดอยผาตั้งมีบริการมัคคุเทศก์น้อย โรงเรียนบรรพตวิทยา โทร. 08 1287 5325, 08 4363 4170 ที่พัก สถานที่กางเต็นท์และร้านอาหาร

2.จุดบริการนักท่องเที่ยวดอยผาตั้ง โทร. 0 5391 8301 หรือ

3.องค์การบริหารส่วนตำบลปอ โทร. 0 5371 0300, 0 5391 8265


การเดินทางไปดอยผาตั้ง

1.รถยนต์ส่วนตัว จากจังหวัดเชียงราย ใช้เส้นทางเชียงราย-เวียงชัย-พญาเม็งราย-บ้านต้า (ทางหลวงหมายเลข 1233, 1173 และ 1152) 50 กิโลเมตร บ้านต้า-บ้านท่าเจริญ (ทางหลวง 1020) 45 กิโลเมตร บ้านท่าเจริญ-เวียงแก่น-ปางหัด (ทางหลวง 1155)17 กิโลเมตร และปางหัด-ดอยผาตั้ง อีก 15 กิโลเมตร แล้วเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร จึงจะถึงจุดชมวิว 103 สภาพเส้นทางบางช่วงสูงชัน เป็นพื้นที่ซึ่งอยู่ในความดูแลของกองทัพภาคที่ 3 บนดอยผาตั้งมีที่พัก สถานที่กางเต็นท์และร้านอาหาร สามารถไปเที่ยวได้ตลอด

2.โดยสารรถประจำทาง จากเชียงของ นั่งรถบัส สายเชียงราย-เทิง-เชียงของ ลงเชียงของ จากนั้นต่อรถขึ้นมาที่ดอยผาตั้ง วันละ 2 เที่ยว ประมาณ 8.00 กับ 12.00 น.

3.เหมารถสองแถวสีฟ้า ทางที่สะดวกที่สุดคือเหมารถสองแถวสีฟ้าจากเทิง มาภูชี้ฟ้า - ดอยผาตั้ง

เบอร์โทรศัพท์ในมือเด็ก

หมายเลขโทรศัพท์ที่ควรอยู่ในมือเด็กหมายเลขโทรศัพท์ ในมือเด็ก

    เป็นเรื่องจำเป็นเมื่อ ต้องเดินทางไปในที่สาธารณะ และอาจเกิดพลัดหลงกับบุตรหลาน การจดหมายเลขโทรศัพท์ไว้กับเด็กเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้สามารถพบเด็กได้ ง่ายขึ้น และเพิ่มโอกาสในการกลับบ้านอย่างปลอดภัยกับเด็ก โดยหมายเลขโทรศัพท์ที่เด็กควรจะมือไว้ได้แก่

1.หมายเลขโทรศัพท์ของโรงพยาบาลที่มีประวัติของเด็ก

2.หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน 191

3.หมายเลขโทรศัพท์ของแพทย์ประจำตัวเด็ก

4.หมายเลขโทรศัพท์ของผู้ปกครองเด็ก รวมทั้งที่หมายเลขโทรศัพท์ของสถานที่ทำงานของผู้ปกครอง

โยเกิรต์ระงับกิล่นปาก

โยเกิร์ตระงับกลิ่นปาก

โยเกิร์ตดับกลิ่นปาก
    ใครทราบบ้างว่าโยเกิร์ตสามารถระงับกลิ่นปากได้ วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีเรื่องนี้มาฝาก...

    คุณ เคนอิชิ โฮโจ และทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยสึรูมิ ในเมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น ได้ทำการวิจัยพบว่า แบคทีเรียที่อยู่ในโยเกิร์ต โดยเฉพาะแบคทีเรียชนิด Streptococcus thermophilus และ Lactobacillus bulgaricus อาจมีผลต่อแบคทีเรียที่ เป็นเหตุให้เกิดกลิ่นเหม็นในปากได้

    จาก การทดลองพบว่า การกินโยเกิร์ตเป็นประจำทุกวัน วันละ 6 ออนซ์ (ประมาณ 1 ถ้วย) จะช่วยลดปริมาณสารที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นในปาก อย่างเช่น ไฮโดรเจนซัลไฟด์

นอกจากนี้ ผู้ที่ชอบกินโยเกิร์ตนั้น มักจะมีปริมาณคราบแบคทีเรียบนผิวฟัน (plaque) และอาการของโรคเหงือกอักเสบน้อยกว่าคนทั่วไป

ถ้าไม่อยากปากเหม็น โยเกิร์ตช่วยได้!

ผลไม้ล้างพิษ

                                ผลไม้ล้างพิษ

ผลไม้ล้างพิษ


แอปเปิ้ล ผลไม้เพื่อการขจัดของเสียออกจากร่างกาย ด้วยสารเปกตินในแอปเปิ้ล ช่วยกำจัดสารพิษทิ้ง ทั้งป้องกันไม่ให้โปรตีนในลำไส้เกิดการบูดเน่า มีเส้นใยมากทำหน้าที่เป็นไม้กวาด ทำความสะอาดลำไส้ ช่วยให้ตับและระบบย่อยทำงานดียิ่งขึ้น กระตุ้นน้ำย่อย ทั้งมีวิตามินและเกลือแร่

องุ่น เป็นสารฟอกล้างสำหรับผิวหนัง ตับ ลำไส้ และไตโดยเฉพาะมีคุณสมบัติรักษาน้ำมูกที่จะออกมาจากเย ื่อเมือกต่างๆ ในร่างกาย ให้พลังงานสูง อุดมด้วยเกลือแร่ จึงช่วยบำรุงเลือดและซ่อมสร้างเซลล์

สับปะรด มีเอนไซม์โปรเมลินสูง ช่วยการทำงานของกรดไฮโดรคลอริกในกระเพาะ ทำให้ของเสียที่เป็นโปรตีนแตกตัวเร็วขึ้น เชื่อกันว่าสับปะรดช่วยรักษาอาการอักเสบในทางเดินอาห าร ช่วยการทำงานของต่อมไร้ท่อ และกำจัดน้ำมูก

มะละกอและมะม่วง มีลักษณะคล้ายคลึงกัน แต่มะม่วงมีสารสำคัญน้อยกว่ามะละกอเล็กน้อย ผลไม้ทั้งสองชนิดมีเอนไซม์ชื่อปาเปน ซึ่งคล้ายคลึงกับน้ำย่อยเปปซินในกระเพาะอาหาร จึงช่วยทำให้ของเสียที่เป็นโปรตีนแตกตัวได้เร็วขึ้น ทั้งมะละกอและมะม่วงดีสำหรับทำความสะอาดลำไส้และช่วย ย่อยอาหาร เชื่อกันว่ามะละกอยังช่วยลดอาการซึมเศร้าได้ด้วย

แตงโม มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ จึงช่วยฟอกล้างร่างกายได้อย่างดี รักษาแผลในกระเพาะ ลดความดันเลือดสูง ทำให้สบายท้อง น้ำคั้นจากเปลือกของแตงโมอุดมด้วยคลอโรฟิลล์ และเมล็ดอุดมด้วยวิตามิน หากดื่มก่อนกินเนื้อแตงโมในมื้ออาหารสักครึ่งชั่วโมง มีประโยชน์

การทำเทียนหอม



ใครชอบแต่งบ้านให้ได้ทั้งความสวยงามและได้ประโยชน์ด้วยละก็ นี่แหละ ใช่เลย เทียนหอมกันยุง เป็นงานหัตถกรรมที่มีความสวยงามสามารถตกแต่งได้ตามใจผู้ทำ สิ่งที่จะต้องเรียนรู้ก็เป็นเรื่องของวัสดุต่างๆที่นำมาใช้และเทคนิค วิธีทำ เมื่อทราบขั้นตอนต่างๆเหล่านี้เมื่อได้ลงมือทำไปบ้างแล้วที่นี้ล่ะ แบบเทียนสวยๆหอมๆจากใจคุณก็จะออกมาได้เอง ยังไงส่งภาพมาให้ดูกันบ้างนะครับ
มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า เรามาดูกันว่าจะต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้างในการทำเทียนหอม

1 หม้อ หุงข้าวไฟฟ้า ใช้สำหรับละลายเทียนเพื่อความสะดวก เพราะตัวหม้อจะมีระบบตัดไฟเมื่อน้ำเทียนเดือด เมื่อเทียนแข็งตัวและเราต้องการให้เทียนหลอมละลายอีกเราก็กดปุ่มอีกครั้ง

2 หม้อ สองชั้นสำหรับตุ๋นเทียน ชั้นล่างเป็นหม้อใบใหญ่กว่าสำหรับใส่น้ำ ใบบนสำหรับใส่เทียนเป็นหม้อใบเล็กกว่ามีด้ามจับ ถ้าใช้หม้อชั้นเดียวเนื้อเทียนจะถูกความร้อนโดยตรงซึ่งร้อนเกินไปและไม่ สะดวกแก่การทำงาน

3 ถาดขนมสี่เหลี่ยมขนาดต่างๆ ควรเป็นแบบที่ทำจากอลูมิเนียมจะได้ทนความร้อนได้ดี

4 ช้อน สำหรับตักเทียน

5 แม่พิมพ์ สำหรับยอดเทียนให้เป็นรูปต่างๆ

6 เหล็กคีบ ใช้หนีบภาชนะร้อนๆจะได้ไม่ร้อนมือ

7 กาละมังสเตนเลสใบเล็ก

8 ทัพพีกลมสำหรับตักน้ำเทียน

9 กรรไกรสำหรับตัดแต่งเทียน

10 แม่พิมพ์ สำหรัยยอดเทียนให้เป็นรูปต่างๆ กรณีที่ต้องการทำรูปแบบต่างๆให้ดูสวยงาม

11 เหล็กแหลม สำหรับปักไส้เทียน

วัสดุที่เราใช้ในการทำเทียน
1 พาราฟินแวกซ์ มีลักษณะเป็นของแข็งใสมีทั้งแบบก้อนและเม็ด มีจุดหลอมเหลวที ่58°c - 62°c

2 โพ ลีเอททีลีนแวกซ์ หรือที่นิยมเรียกกันติดปากว่า พีอี หรือโพลีเอสเตอร์ เอสเตอร์รีน มีลักษณะเป็นเกล็ด ช่วยทำให้เทียนจุดได้นานขึ้นปกติจะใช้ประมาณ 2--10 เปอร์เซนต์

3 สเตียริคเอซิค ช่วยทำให้เทียนมีผิวลื่นแกะออกจากพิมพ์ง่าย มีทั้งแบบเป็นเกล็ดและเม็ดไข่ปลา ปกติจะใช้ 4 ช้อนโต๊ะต่อพาราฟิน 1/2 กก.

4 ไมโครแวกซ์ ช่วยทำให้เทียนมีความเหนียวง่ายต่อการปั้นหรือแกะสลัก มีลักษณะเป็นแผ่นสีขาว ถ้าใช้แบบคุณภาพต่ำจะทำให้มีควันมาก

5 ไส้เทียน มี 2 แบบคือแบบที่ฟอกแล้วจะมีสีขาวและแบบที่ยังไม่ได้ฟอกจะมีสีขาวขุ่น

6 สีผสมเทียน

7 น้ำมันตะไคร้หอม

    เรื่องของวัสดุในการทำเทียนหอมกันยุงผมได้แจงรายละเอียดไว้เผื่อสำหรับในการ ทำเทียนแบบสวยงามด้วยเลย จึงดูค่อนข้างจะมีส่วนประกอบมาก ลองทำดูก็แล้วกันครับมีไอเดียอะไรในเรื่องของรูปแบบหน้าตาก็ดัดแปลงได้ไม่ ผิดกติกา วัสดุหาซื้อได้ตามร้านเครื่องเขียนโดยเฉพาะร้านใหญ่ๆจะมีขายส่วนอุปกรณ์หา ซื้อได้ตามซุปเปอร์มาเก็ตตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป บางรายการเช่นแบบพิมพ์ขนมรูปต่างๆมีขายตามร้านขายอุปกรณ์ทำขนม
วิธีการทำเทียนหอม
1 นำแผ่นฟาราฟินแวกซ์หั่นเป็นท่อนๆใส่หม้อขึ้นตั้งความร้อนปานกลาง เคี้ยวไปจนละลายเป็นของเหลว
2 ใสสีตามลงไปโดยใส่ทีละน้อยตามต้องการคนจนสีเนียนเข้ากันทั่วทั้งหม้อหากสีจืดไปค่อยเติมสีเพิ่ม
3 ใส่หัวน้ำมันตะไคร้หอมประมาณ 3-4 หยดต่อเทียน 1/2 กก.
4 หยอดเทียนใส่พิมพ์ รอจนแข็งตัวจึงแกะออกจากพิมพ์ ตกแต่งผิวด้วยมีดหรือกรรไกร หรืออาจหยอดใส่ถ้วยแก้วเล็กๆก็ได้
5 นำมาตกแต่งด้วยริบบิ้นหรืออื่นๆเพื่อให้ดูสวย

    การทำเทียนแบบนี้ก็เป็นงานศิลปะอย่างหนึ่งที่สร้างสรรได้ตามความคิดของผู้ทำ รูปแบบของหน้าตาที่ออกมาจะสวยอย่างไรก็คงคล้ายๆกับการแต่งหน้าเค้กที่ต้อง อาศัยทักษะ การสังเกตุจดจำรูปแบบต่างๆที่เคยเห็นและนำมาประยุกต์หรืออาจออกแบบตามแนว ความคิดที่จินตนาการขึ้นเอง

วันพฤหัสบดีที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2554

นวัตกรรมโครงการชั่งหัวมัน

โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดาริ
โครงการนี้ตั้งอยู่ที่ ตาบลเขากระปุก อาเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งที่มาของโครงการนี้มีว่า ข้าราชบริพารในพระองค์ได้มาซื้อที่ดินบริเวณนี้สาหรับอยู่อาศัย ปลูกพืชผล
เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการ นายศรราม ต๋องาม สมาชิก อบต.กลัดหลวง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี และผู้เชี่ยวชาญการปลูกหน่อไม้ฝรั่ง
ต่อมาความทราบถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระทัย จึงได้เสด็จพระราชดาเนินมาทอดพระเนตรที่ดินและได้ทรงซื้อที่ดินบริเวณดังกล่าวจานวน ๒๕๐ ไร่ สาหรับเพาะปลูกพืชทาเป็นโครงการตามพระราชดาริ ซึ่งมีชาวบ้านได้นามันเทศที่ปลูกมาทูลเกล้าฯ ถวาย พระองค์แต่เมื่อเสด็จกลับมิได้ทรงนามันหัวนั้นไปด้วย แต่เมื่อเสด็จกลับมาอีกครั้งทรงพบว่ามันหัวนั้นงอกเป็นต้น จึงมีพระราชดารัสว่ามันอยู่ที่ไหนก็งอกได้ จึงมีพระราชดาริให้จัดเป็นพื้นที่เพาะปลูกพืชต่างๆ โดยเน้นที่พืชท้องถิ่นของเพชรบุรี เช่น มะพร้าว ชมพู่เพชร มะนาว กะเพรา สัปปะรด ข้าวไร่พันธุ์ต่างๆ และไม้ใหญ่ๆ จาพวกมะพร้าว ชมพู่เพชร สาหรับพืชผลที่เก็บไปแล้ว เช่น มะนาว กะเพรา โหระพา นั้นส่งไปจาหน่ายที่ร้านโกลเด้นเพลสเพียงร้านเดียวเท่านั้น อีกส่วนหนึ่งส่งเข้าไปในวังสาหรับเป็นเครื่องปรุงพระกระยาหาร เจ้าหน้าที่เล่าว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่เสด็จมาประทับสาราญพระราชอิริยาบถที่นี่หลายครั้ง โดยจะทรงขับรถพระที่นั่งทอดพระเนตรรอบๆ ด้วยพระองค์เอง
ทางเข้าโครงการนั้นอยู่ห่างไกลความเจริญ จากตัวอาเภอท่ายาง ขับเลี้ยวเข้าไปทางตาบลเขากระปุก ถนนเริ่มเล็กลงเรื่อยๆ สองข้างทางเต็มไปด้วยไร่นา ถนนราดยาง แต่พระองค์ท่านทรง ปลูกบ้านอยู่ที่นั่นโดยมีบ้านมีสองหลัง หลังแรกของในหลวง หลังที่สองของพระเทพฯ ราชการทูลเกล้าถวายเลขที่ บ้านเลขที่ ๑ และ เลขที่ ๒ ให้ฟังทีแรกก็ไม่เข้าใจว่าพระองค์ท่านจะไปซื้อที่ดินในที่ธุรกันดาร แถมยังปลูกบ้านไว้ที่นั่นทาไม ในเมื่อปัจจุบันพระองค์ท่านก็อาศัยอยู่ที่หัวหินเป็นกิจจะลักษณะแล้ว
เมื่อเข้าไปถึงโครงการจะพบทหารที่คอยดูแลและให้แลกบัตรผ่านเข้า มองไปแล้วจะเห็นกังหันผลิตไฟฟ้าประมาณสิบกว่าต้น สูงเด่น มีรถทะเบียนกรุงเทพฯ วิ่งสวนมาเป็นระยะ ฝุ่นฟุ้งกระจายเต็มถนนแคบ รั้วลวดหนามยาวไกล ต้นไม้หลากหลายชนิดเรียงตัวเป็นระเบียบอยู่ในนั้น เขื่อนดินขนาดใหญ่ พร้อมศาลาเก้าเหลี่ยมสูงเด่น เราเดินทางมาถึงไร่ของในหลวงกันแล้ว
เมื่อแลกบัตรที่ป้อมทหาร และเลี้ยวรถเข้าไป ก็เพิ่งถึงบางอ้อที่ดินจากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ที่ว่า ไม่ใช่ไร่ที่ซื้อเอาไว้หลบหนีความวุ่นวายในเมืองหลวง หรือใช้ตากอากาศ แต่มันคือที่ดินเพื่อใช้เป็น โครงการในพระราชดาริ ที่มีชื่อมันๆ ว่า
ทางเข้าโครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดาริ
ความเป็นมาของโครงการ
โครงการชั่งหัวมัน” ๒ จากป่ายูคาลิปตัส รกร้าง มะนาวแป้นยืนต้นแห้งเหี่ยว ไร้คนดูแลเพราะอ่างเก็บน้าหนองเสือแห้งขอดมาแรมปี ทาให้ชาวบ้านในพื้นที่บ้านหนองคอกไก่ ต.เขากระปุก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ดินแห้งแล้ง

กังหันผลิตไฟฟ้า โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดาริ โครงการชั่งหัวมัน ตาม พระราชดาริ เป้าหมายต้องการให้เป็นศูนย์รวมพืชเศรษฐกิจของ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี โดยเลือกพันธุ์พืชท้องถิ่นที่ดีที่สุดเข้ามาปลูกโดยให้ภาครัฐกับชาวบ้านร่วมดูแลด้วยกัน เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิด เช่น กรมที่ดินได้ให้หมอดินที่มีความชานาญมาสารวจพื้นที่เพื่อปรับปรุงดิน ขณะที่ชาวบ้านซึ่งมีความรู้ในการปลูกหน่อไม้ฝรั่งก็เข้ามาร่วมคิดกับทางเกษตรจังหวัด
ขณะเดียวกันยังพลิกวิกฤติเป็นโอกาสด้วยการติดตั้งกังหันลม ๑๐ ตัว เพื่อขายให้กับการไฟฟ้าฯ เพราะพื้นที่บริเวณนี้เป็นช่องเขามีลมพัดผ่าน แม้จะมีความแห้งแล้ง โดยปลายปีนี้จะติดตั้งกังหันลมเพิ่มอีกเป็น 20 ตัว โดยจะให้ผลตอบแทนจากการลงทุน ๒๐% ต่อปี ตลอดจนทาให้ที่แห่งนี้มีกังหันลมมากที่สุดในประเทศ ขณะเดียวกันสิ่งที่ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงได้คือ ไฟฟ้าจะไม่ตกเพราะพลังงานสะอาดที่ได้จากกังหันลมส่วนใหญ่มักตั้งอยู่ใกล้กับทะเลที่เป็นต้นทางทาให้เวลาจ่ายกระแสไฟฟ้าไปยังชาวบ้านที่ห่างไกลกาลังไฟจะต่าลง แต่หากมีการตั้งกังหันลมการผลิตไฟฟ้าบริเวณปลายทางจะทาให้กระแสไฟฟ้ามีกาลังสูงกว่า
โครงการชั่งหัวมันเป็นการบริหารทรัพยากรแบบบูรณาการ โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่ามากที่สุด ขณะเดียวกันก็พยายามเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส โดยคาดว่าอนาคตจะเป็นอีกแหล่งเรียนรู้ให้กับประชาชนโดยทั่วไปได้เข้าชมดูจากวันที่ตั้งโครงการ คาดว่าน่าจะเป็นโครงการล่าสุดเลยทีเดียว ได้เดินเข้าไปในโครงการก็เกิดอาการซาบซึ้ง เพราะไม่นึกว่าในหลวงที่เราเห็นในทีวีที่แทบไม่มีแรงยกมือ กลับยังมีใจ + มีไฟ ริเริ่มโครงการใหม่ๆ ในถิ่นที่อยู่ห่างไกลความเจริญอยู่ตลอดเวลา ไม่มีหยุดดูจากบอร์ดภายในโครงการ อธิบายว่า โครงการนี้เป็นเสมือนแปลงทดลองปลูกพืชเศรษฐกิจในท้องถิ่น อันได้แก่ มะนาว มะพร้าว ชมพู่เพชร และพืชไร่ พืชสวน มีการขุดบ่อ (หรือในโครงการคือเขื่อน) เพื่อเก็บกักน้า มีกังหันและโซล่าเซลเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า เหมือนจะเป็นแบบทดลองตัวอย่างแก่เกษตรกรโดยรอบ เพื่อเพิ่มคุณภาพให้ผลผลิต แบบพึ่งพาตัวเองและเหนือสิ่งอื่นใด พอมีข่าวใน หลวงเสด็จมาตั้งโครงการปั๊บ ชาวบ้านแถวนั้นก็ดีใจกันยกใหญ่ หลายคนถวายแรงกายแรงใจ เข้ามาช่วยงานในโครงการฟรี ๔
บอร์ดบอกเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับโครงการชั่งหัวมัน
แปลงสาธิตทางการเกษตร
ยุวเกษตรซึ่งเป็นเด็กนักเรียนในชุมชนดูแลแปลงผักสวนครัว เพื่อให้เด็ก ๆ ได้เกิดการเรียนรู้และนาไปปรับใช้ได้กับการทาการเกษตรที่บ้าน โดยทุกขั้นตอนในการทางานพระองค์ทรงเน้นย้าในการทาเกษตรอินทรีย์ ๕



เดิมชาวบ้านหลายครอบครัวใช้สารเคมี แต่พอเข้ามาดูในไร่พระเจ้าอยู่หัวแล้วจึงเห็นการทาเกษตรอินทรีย์และการให้ น้าหยด ทาให้เริ่มปรับเปลี่ยน พฤติกรรม โดยอนาคตเมื่อการทดลองต่าง ๆ ที่ได้จากนักวิชาการและชาวบ้านประสบความสาเร็จในไร่พระเจ้าอยู่หัว ชาวบ้านในละแวกนี้ก็จะได้รับประโยชน์ไปด้วย



สถานที่ประทับเวลาเสด็จเยี่ยม และบ้านเลขที่ ๑ ในส่วนพระองค์

โครงการนี้ก็เป็นโครงการที่เกิดจากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ มีประโยชน์เพื่อการพัฒนารากเหง้าของชาวบ้านที่แท้จริง ไม่ต้องเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับมาตรฐานฝรั่ง แต่เอารากที่เมืองไทยมี คือการเกษตร มาพัฒนา ไม่ต้องพึ่งพาพลังงานน้ามัน ไม่ต้องตามตลาดโลก ไม่ต้องป่าวประกาศ ไม่ต้องออกข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ แต่ทาอย่างเงียบๆ ทาดีอย่างที่ในหลวงบอกคนไทยเสมอว่าเป็นการ "ปิดทองหลังพระ" อย่างแท้จริง เรื่องเล่าเกี่ยวกับชื่อที่มาของโครงการว่า ตอนที่ในหลวงเสด็จมาที่ที่ดินนี้ครั้งแรกๆ มีชาวบ้านเอาหัวมันมาถวาย แต่ยังไงไม่รู้ ในหลวงทรงลืมเอาหัวมันกลับไปด้วย พอกลับมาที่ที่ดินนี้อีกที หัวมันนั้นก็เริ่มงอกขึ้นมาเป็นต้น เมื่อถึงเวลา ก็พระราชทานชื่อโครงการนี้ว่า "
สิ่งที่ได้รับจากการเข้าชมโครงการ

เริ่มต้นด้วยไม่มีอะไรเลย แต่ว่าต่อมาภายในวันเดียว ทุกคนที่อยู่ในท้องที่นั้นก็เข้าใจว่าต้องช่วยกัน และยิ่งในสมัยนี้ ในระยะนี้ เราต้องร่วมมือกันทา เพราะถ้าไม่มีการร่วมมือกันก็ไม่ก้าวหน้า ไม่มีความก้าวหน้า ฉะนั้นการที่ท่านได้ทาแล้วมีความก้าวหน้านี้เป็นสิ่งที่ดีมาก หลักการก็อยู่ที่ทุกคนต้องช่วยกันเสียสละ เพื่อให้กิจการในท้องที่ก้าวหน้าไปด้วยดี ก้าวหน้าได้อย่างไรก็ด้วยการช่วยเหลือกัน แต่ก่อนนั้นเคยเห็นว่ากิจการที่ทามีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งทาแล้วก็ทาให้ก้าวหน้าแต่อันนี้มันไม่ใช่ กลุ่มหนึ่ง มันทั้งหมดรวมกันทา และมีความก้าวหน้าแน่นอน อันนี้ก็เป็นสิ่งที่มหัศจรรย์และเป็นสิ่งที่ทาให้มีความหวัง มีความหวังว่าประเทศชาติจะก้าวหน้า ประเทศไทยจะมีความสาเร็จ

ประโยชน์ที่ได้จากการเข้าเยี่ยมชมโครงการในครั้งนี้ คือ การอยู่อย่างพอเพียง ไม่ฟุ้งเฟ้อ พอใจในสิ่งตนเองมี มีความมุมานะอดทน และมีความคิดสร้างสรรค์ที่จะพัฒนาและสร้างสิ่งใหม่ๆ ให้เกิดประโยชน์ตลอดเวลา
โครงการชั่งหัวมัน" เมื่อชมโครงการเรียบร้อยจึงเดินทางกลับ ๖
**********************************
กลุ่มงานสารสนเทศการวางแผนและประเมินผล
สานักงานเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน

งานที่สั่ง

1.    ชื่อวิชานวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษา
2.  ชื่อเจ้าของบล็อก ชื่อจริง และ นามสกุล  พร้อมรูป
3.  เนื้อหานวัตกรรมที่สมบูรณ์อย่างน้อย  10  นวัตกรรม
-           คืออะไร   ใครเป็นคนคิด
-          มีประโยชน์อย่างไร
-          มีขั้นตอนการสร้างการเกิดอย่างไร
-          มีรูปประกอบถ้าทำได้
-          อ้างอิง
4.  แหล่งเรียนรู้ที่ท่านสนใจ  อย่างน้อย  20  ลิงก์
5.  ลิงค์ เพื่อน ป.บัณฑิต  รุ่นที่  13